ให้สิคแฟนผมเล่นเป็นแฟนกับเพ็ชรแบบหนังโป๊ไทย แต่ห้ามเย็ด 1 วัน

หลังจากคราวที่แล้วผมเล่าความดีที่สิคทำต่อน้าไกร มีหลายคนคงอยากจะฟังเรื่องดีๆของสิคต่อ ผมเลยขอเล่าถึงวีรกรรมทำความดีของเธออีกซักเรื่อง ซึ่งเกิดหลังจากเรื่องของน้าไกรนิดหน่อย วันนั้นผมกับสิคนั่งอยู่ใต้อาคารเรียน รอเวลาขึ้นไปเรียน ถึงแม้ผมกับสิคจะเรียนกันคนละคณะ แต่เวลาว่างสิคก็จะมาอยู่กับผมเสมอ

ในตอนนั้นเอง “เพชร” เพื่อนร่วมคณะของผมก็เดินหน้ามุ้ยมา เวลาที่สิคเจอเพชร เธอจะเผลอมองหุ่นเพชรโดยไม่รู้ตัวตลอด ผมเข้าใจดีเพราะผมก็มองตามบ่อยๆ เพชรเป็นคนตัวสูงใหญ่อย่างกับต่างชาติ แต่จริงๆเป็นคนเชื้อจีน หน้าเลยออกตี๋ๆ เพชรชอบเข้าฟิตเนสเล่นเวท ทำให้ตัวใหญ่กล้ามโต เพชรเคยบอกว่าเขาชอบตัวละครซุปเปอร์ฮีโร่ จึงอยากมีรูปร่างแบบนั้นบ้าง ซึ่งผมก็คิดว่าเพชรทำสำเร็จแล้ว

“ทำไมถึงทำหน้าบูดแบบหนังโป๊ไทยนั้นล่ะ”

ผมถาม เพชรถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเล่าให้ฟังว่า สุดสัปดาห์นี้เพชรจะต้องไปเที่ยวเกาะเสม็ดกับครอบครัว แล้วพ่อแม่ก็คะยั้นคะยอให้พาแฟนมาเปิดตัว เพราะตลอดมาเพชรมันชอบอ้างกับพ่อแม่ว่ามีแฟนแล้ว ไม่งั้นมันจะถูกคลุมถุงชนแน่เลย แต่วันๆมันเอาแต่เข้าฟิตเนสดูหนัง จะเอาเวลาไหนไปหาแฟน มันก็เลยเครียดว่าจะจ้างสาวไซด์ไลน์ให้ปลอมตัวเป็นแฟน แต่ก็กลัวพ่อแม่จะจับได้

“จบงานนี้ กูได้แต่งงานกับลูกเพื่อนพ่อแน่ๆเลย” เพชรทำหน้าเศร้าจนผมไปต่อไม่ถูก
“ให้สิคช่วยเอามั้ย” สิคส่งยิ้มหวานให้เพชร เธอคงจะยิ้มปลอบใจเพื่อนของผม
“ยังไงเหรอ”
“ก็เดี๋ยวสิคปลอมเป็นแฟนเพชรให้เอง”
“ห้ะ!! มันจะดีเหรอ” ผมตกใจจนหันมาถาม สิคทำหน้าบึ้งคิ้วขมวด
“ต้อมนี่ใจร้ายเนอะ เพื่อนเดือดร้อนก็ไม่คิดช่วย”
“เฮ้ย ถ้าต้อมไม่สบายใจ สิคก็ไม่ต้องช่วยก็ได้” เพชรรีบปฏิเสธมา แต่ผมจะทำอะไรได้ ไม่ช่วยเดี๋ยวสิคจะงอนอีก
“เออๆ แต่กูไปด้วยนะ”

ผมยอมแพ้ อันที่จริงการจะช่วยเหลือเพื่อนก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ผมนี่สิ จิตใจไม่ดีคิดเรื่องอกุศล ผมจะต้องทำตัวให้ดี คิดแง่บวกเพื่อที่จะได้เข้ากับคนนิสัยดีๆอย่างสิคได้ เพชรดีใจหันมาจับมือสิคขอบคุณใหญ่ ผมรีบตีมือ

“อย่ามาเนียนจับมือแฟนกู ยังไม่ถึงวันนั้นซักหน่อย”
“เออๆ โทษที กูดีใจจนลืมตัว”

หลังจากนัดแนะกันเรียบร้อย วันที่นัดหมายก็มาถึง ตั้งแต่วันนี้จนไปถึงพรุ่งนี้เย็น ผมมีฐานะแค่เป็นพี่ชายของสิค ส่วนสิคก็ต้องแสดงเป็นแฟนสาวของเพชร วันนี้สุดที่รักของผมแต่งตัวสบายๆ เสื้อยืดสีขาว กระโปรงเทนนิสจีบรอบสีกรมขีดขาว มัดผมเป็นซาลาเปาอยู่หลังหัวหนึ่งลูก ดูน่ารักสดใสอย่างกับเด็กม.ปลาย

ไม่นานรถตู้คันใหญ่ก็มาจอดข้างหน้าผม เพชรเดินลงมาต้อนรับ สิคยิ้มหวานให้เป็นการทักทาย เธอน่าจะเริ่มแสดงบทบาทการเป็นแฟนปลอมๆของเพชรแล้ว ในรถตู้มีพ่อแม่และญาติของเพชรรวมกันอยู่เกือบสิบคน สมกับเป็นครอบครัวจีน มีทั้งเด็กเล็กไปจนถึงคนแก่ชรา เพชรพาสิคขึ้นไปนั่งเบาะคู่ โดยเพชรนั่งริมหน้าต่าง สิคนั่งกลาง ส่วนผมนั่งเบาะเดี่ยวข้างสิค ทั้งสองนั่งห่างกันจนสิคเกือบจะตกเบาะ เพชรและสิคคงจะเกรงใจผม

“พวกลื้อนั่งห่างกันแบบนี้ ทะเลาะกันมารึไงฮึ”

พ่อของเพชรหันหลังมาเจอลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้ตัวปลอมนั่งห่างกันเป็นวาก็ไม่พอใจ เพชรหันมามองสิคแล้วมองหน้าผม สิคพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาออดอ้อน ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากพยักหน้าไป คราวนี้สิคกับเพชรเขยิบเข้ามานั่งชิดติดกันเหมือนกับเป็นแฟน พอแขนที่ใหญ่โตของเพชรมาทาบกับแขนที่บอบบางของสิคมันยิ่งทำให้เห็นว่าเพชรตัวใหญ่มากแค่ไหน

สิคสุดที่รักของผมหน้าแดงขึ้นมา สงสัยจะอึดอัด หนังโป๊ไทย แต่แล้วสายตาของผมก็เลื่อนลงมาเห็นว่ามือของสิคกำลังวางอยู่บนต้นขาของเพชร ไม่นานมือของเพื่อนสุดบึกบึนก็เริ่มคืบคลานมาวางบนกระโปรงหน้าขาที่เรียวเล็กของแฟนผม ดูท่าทั้งสองจะพยายามแสดงตัวว่าเป็นแฟนกันอย่างแนบเนียน ถ้าผู้อ่านถามผมว่าหึงมั้ย ผมก็คงต้องตอบว่าหึง แต่สายตาของสิคที่หันมามองผมดูเหมือนว่าเธอจะไม่เต็มใจทำนัก เธอคงแสดงหลอกพ่อของเพชร

สิคแสดงละครเก่งแบบนี้ผมก็ดีใจ และผมก็รู้ว่าเธอไม่มีทางเล่นละครใส่ผมแน่นอน ผ่านไปสักพักมือของสิคก็ลูบขึ้นลูบลงบนขาของเพชรช้าๆ ดูท่าเธอจะร้อนใจและอยากลงจากรถเร็วๆ พ่อของเพชรก็หันมามองเป็นระยะไม่หยุดเลย เพชรเองก็คงกลัวจะไม่เนียน มือของมันเลื่อนไปที่หัวเข่าตรงที่ไม่มีกระโปรงแล้วค่อยๆรูดมือขึ้นมา กระโปรงก็แอบถกตามขึ้นมาด้วย ตอนนี้เพชรลูบขาอ่อนแฟนผมเต็มๆ ผมนี่เดือดจนอยากลุกขึ้นไปห้าม แต่สิคก็หันมาส่ายหัวให้ผมหยุดคิดที่จะทำอะไรบุ่มบ่าม

“อั้วถามจริง ลื้อได้กันรึยังวะ” พ่อของเพชรหันมาถาม เสียงหัวเราะดังลั่นรถตู้
“ป๊า พูดอะไรของป๊าเนี่ย ไม่เกรงใจอั้วก็เกรงใจแฟนอั้วกับพี่ชายแฟนหน่อย”
“โธ่ ป๊าอยากได้หลานเร็วๆนี่หว่า หรือว่าลื้อเป็นเกย์? นี่เพื่อนสาวลื้อใช่มั้ย?”
“ไปใหญ่ละป๊า”
“งั้นหอมแก้มให้อั้วดูหน่อยสิ” พอพ่อของเพชรพูดจบ พวกญาติๆก็ตะโกนตามมา
“หอมเลย!!หอมเลย!!”

สิคกับเพชรหันมามองหน้าผมอีกรอบ ผมจะทำอะไรได้นอกจากปล่อยทั้งสองคนเล่นละครตบตาผู้ใหญ่ เมื่อเห็นผมไม่ว่าเพชรก็หอมแก้มสิคฟอดใหญ่ แฟนสาวของผมทำท่าเขินอายเหมือนจริงซะจนดาราต้องอาย ผมน่าจะลองส่งเธอไปแคสงานด้านการแสดงดู เพชรยื่นแก้มมา สิคก็หอมคืนโดยไม่ลังเล แสดงให้เห็นถึงความแน่วแน่ในการแสดงของเธอ ผู้ใหญ่ในรถปรบมือกันใหญ่ มีแต่ผมที่มองตาขวาง

ผมเบือนหน้ามองไปที่กระจกดูวิวดีกว่า เผื่อใจจะได้ร่มๆขึ้น ถ้าผมเดือดออกไปมีหวังสิคคงจะผิดหวังในตัวผมมาก ผมควรจะต้องสนับสนุนให้เธอทำความดี การมีแฟนดีแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆในผู้หญิงสมัยนี้ พูดถึงวิว พอออกนอกเมืองวิวข้างทางก็ดูสบายตาจนผมลืมเรื่องการแสดงของทั้งสองไปเลย จนกระทั่งพ่อของเพชรกระซิบให้ญาติที่นั่งด้านหน้าผมฟัง

“ดูสิๆ สมกับเป็นลูกอั้วจริงๆ”

ผมหันไปดูก็ถึงกับช็อค เพชรกำลังช้อนคางสิคขึ้นมาจูบปาก ทั้งสองอ้าปากผลัดกันงับราวกันเป็นแฟนกันจริงๆ ถึงจะมองจากมุมผมไม่ค่อยชัดแต่ก็รู้ว่าทั้งคู่แลกลิ้นกันดุเดือดแค่ไหน บางจังหวะเสียงดังจ๊วบจ๊าบ ไม่รู้หิวจากไหนกันมา ทั้งคู่จูบกันอยู่นานถึงจะหยุด ผมโกรธมาก พูดได้แค่นั้นเลย สิคพยายามหันมามองหน้าผม แต่ผมไม่มองตอบ ในที่สุดรถตู้ก็พามาส่งถึงท่าเรือ

ผมลงมาเงียบๆโดยไม่พูดคุยกับใคร ในขณะที่ผมเดินมายกกระเป๋า สิคก็รีบดึงแขนผมลากไปที่ลับตาคน เธอบอกคนอื่นว่าจะเข้าห้องน้ำ อันที่จริงผมไม่ได้อยากมาด้วยเลย แต่อย่างน้อยผมจะได้มีจังหวะตักเตือนสิคบ้าง

“โกรธสิคเหรอ” มิวสิคยิ้มออดอ้อน
“ทำอะไรลงไปก็รู้ตัวหนิ” ผมเบือนหน้าหนี แต่สิคก็ตามมาจ้องตา
“รู้สิ ก็แสดงละครอยู่ไง”
“แสดงละครบ้าอะไร จูบปากแลกลิ้นกันขนาดนั้น” สิคเริ่มคิ้วขมวด
“แล้วที่เราดูละครดูหนัง จูบปากแลกลิ้นนั่นคืออะไร?”
“ก็นั่นมันแสดงละครไงสิค”
“แล้วนี่มันไม่ใช่การแสดงตรงไหน” ผมไม่ได้ถูกสิคดุมานานแล้ว จริงอย่างที่เธอว่า
“เอ่อ..คือ”
“แล้วต้อมรู้มั้ยว่า พ่อของเพชรเขาแอบกระซิบบอกให้จูบเลยๆ ถ้าพ่อเขาไม่พูด คิดว่าสิคจะทำเหรอ” ดูท่าทางเธอจะโกรธผม
“เอ่อ..ต้อม..”
“นี่ต้อมคิดว่าสิคเป็นคนแบบไหนกัน”
“ต้อมขอโทษดีกันนะ” ผมนี่มันเลวจริงๆที่คิดแต่เรื่องไม่ดี
“สิคงอนต้อมละนะ”
“ใจเย็นก่อนสิค” ผมคว้ามือเธอทั้งสองข้างมาจับ อย่างที่ผมบอกว่าขอแค่ได้จับมือและสิคยิ้มให้ผมก็ดีใจแล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับไม่ยิ้มให้ผม
“เดี๋ยวไปที่เกาะก็มีปัญหาอีก กลับเลยดีกว่ามั่ง ไม่ต้องช่วยมันละเพื่อนต้อมเนี่ย”
“ไม่เอานะๆ ไม่ทะเลาะกันนะ ต้อมสัญญาว่าจะใจเย็นๆ สิคอย่าโกรธต้อมนะ”
“พูดจริงหรือเปล่า”
“จริงสิ”
“อย่าเห็นว่างอนสิคอีกละ” ผมรับปาก สิคถึงจะยิ้มออกมา ผมไม่ทันได้กอดหรือหอม เพชรก็เดินเข้ามาก่อน
“หมดเวลาแล้วเพื่อน ถึงคิวเราล่ะ”

สิคปล่อยมือผมแล้วหันไปจับมือเพชร ก่อนที่เธอจะกอดแขนที่มีแต่กล้ามเนื้อของมัน จนนมแนบชิดเบียดแขน เพชรเองก็แอบตกใจ แต่ผมรู้ว่าสิคกำลังทดสอบผมอยู่ ผมทำหน้านิ่งแล้วยิ้มปล่อยให้ทั้งสองไป เพชรเดินเกร็งๆพาสิคที่ควงแขนกลับไป

ตอนขึ้นเรือข้ามฝั่งก็ไม่มีอะไร แต่สิคก็กอดแขนเพชรตลอดเวลาเรือโต้กับคลื่น หน้าที่ตรงนั้นควรจะเป็นผมแท้ๆ พอมาถึงเกาะ พ่อของเพชรก็พาไปที่รีสอร์ทที่จองเอาไว้ เป็นรีสอร์ทที่วิวดีมาก เพราะเขาทำหันหน้าหาทะเล เวลาเราเดินเข้ามา ก็มาจากทางด้านหลังของรีสอร์ท

พอมาถึงเพชรก็ทะเลาะกับพ่อของเขานิดหน่อยเรื่องห้องพัก เพราะว่าพ่ออยากให้เพชรนอนกับสิคสองคน แต่เพชรไม่ยอม มันจะให้ผมนอนด้วย อันนี้ก็ต้องขอบคุณมันที่ยังเกรงใจ สุดท้ายพ่อก็ต้องยอม เพราะเพชรพูดจาดูมีเหตุผลมากกว่า

ในห้องเป็นเตียงคู่หนึ่งเตียง กับเตียงเดี่ยว เพชรเสียสละนอนคนเดียว ส่วนผมก็นอนกับสิค แต่เพชรขอแค่ว่าอย่าเอาไปบอกพ่อละกัน ผมตกลงตามนั้น ไม่มีอะไรน่าขัด

“ต้อม เพชร ลงไปเล่นทะเลกันดีกว่า”
“อื้อ ไปสิ”
“งั้นสิคขอไปเปลี่ยนชุดแปปนะ”

สุดที่รักของผมหยิบถุงพลาสติกใส่อะไรบางอย่างแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไป ส่วนผมกับเพชรก็นั่งรอเงียบๆ ดูท่ามันจะไม่กล้าคุยกับผมเท่าไหร่ ไม่นานสิคก็ออกมาในเสื้อสีดำตัวโคล้งๆ ส่วนช่วงขาไม่เห็นว่าใส่อะไร ส่วนหัวก็ยังเป็นทรงซาลาเปาอยู่เหมือนเดิม ถ้าให้เดาคือเธอน่าจะใส่ชุดว่ายน้ำไว้ข้างใน แล้วเอาเสื้อตัวใหญ่คลุมไว้ เพราะสิคเป็นคนเรียบร้อยและเธอคงไม่อยากโชว์หุ่นให้เพชรเห็น แน่นอนคนที่ได้เห็นก็มีแต่ผมนี่ละ ผมชักจะอยากเห็นชุดว่ายน้ำสิคซะแล้วสิ ถ้าไม่ติดว่าเพชรอยู่แม่จะจับถอดเลย
ผมเองก็ต้องเปลี่ยนกางเกงเหมือนกัน แต่แล้วพม่าดันมาบุกเอาตอนนี้ ผมจึงขอตัวเข้าห้องน้ำทำธุระหนักซะหน่อย สิคกับเพชรหัวเราะกันใหญ่ ใจร้ายกันจริงๆ คนเราก็ต้องขี้ต้องเยี่ยวกันทั้งนั้นล่ะ โธ่ ในขณะที่ผมกำลังทำธุระหนักอยู่ ผมก็ได้ยินเสียงเบาๆแว่วมา

“สิคใส่ชุดนี้ลงน้ำเหรอ” เสียงเบามากจนผมไม่มั่นใจว่าเพชรพูดแบบนี้จริงๆหรือเปล่า
“อื้อ เราใส่ชุดว่ายน้ำไว้ข้างในน่ะ”
“ใส่วันพีชหรือทูพีชอะ”
“ไม่ต้องมาหลอกถามเลย”
“แหะๆ รู้ทัน ไม่หลอกถามก็ดะ ขอดูเลยได้ปะละ”
“บ้า”

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เงียบไป เพชรนี้ก็ตลกไม่เป็นเรื่อง ถ้าผมไม่ติดธุระอยู่ออกไปเล่นมันแล้ว แต่คิดอีกทีผมจะโกรธทำไม สิคไม่เปิดให้มันดูอยู่แล้วล่ะ

“สิคเอวคอดจัง ออกกำลังกายบ่อยเหรอ” ผมก็ไม่รู้ว่าเพชรมันเห็นเอวสิคได้ไง ทั้งที่เธอใส่เสื้อโคล้งแบบนั้น หรือว่ามันเห็นตอนใส่เสื้อยืดเมื่อเช้า
“ป..เปล่า เรากินข้าวน้อยน่ะ” เสียงสิคดูสั่นแปลกๆ
“งั้นกินเยอะๆนะ จะได้โตๆ”
“หมายถึงอะไรยะ”
“หมายถึงนี่ไง”
“อ้ะ!!” เพชรพูดจบเสียงสิคก็ร้องตามขึ้นมาทันที ผมอยากลุกขึ้นไปดูมากว่าพูดเรื่องอะไรกันแต่ผมยังทำธุระไม่เสร็จ
“กินเยอะๆ จะได้โตกว่านี้”
“แค่นี้ยังไม่พอหรือไง” เสียงสิคเบาจนแทบจับใจความไม่ได้
“ไม่รู้สิ กลัวไม่อิ่ม”
“เคยกินรึไงถึงรู้ว่าไม่อิ่ม” สิคดูท่าจะกวนเพชรกลับ
“ไม่เคยหรอก แต่ขอลองหน่อยได้ปะ”
“จะทำไรก็รีบทำ อื๊มม”

โอ้ย ผมเบ่งจนสุดกำลังแล้วแต่มันก็ยังไม่สุด ด้านนอกผมได้ยินเสียงสิคเป็นระยะ แต่ได้ยินไม่เป็นคำ ร้องออกมาขาดๆหายๆ ไม่นานผมก็ปล่อยของเสียออกมาจนหมด ผมรีบเช็ดก้นแล้วรีบลุกขึ้นมาด้วยความร้อนใจจนลืมกดน้ำ ผมเปิดประตูออกไป

สิคที่ยืนอยู่หน้าเพชรเซถอยไปติดกำแพง ส่วนเพชรนั่งอยู่ตรงขอบเตียงหันมามองผมด้วยความตกใจ ผมหันมามองสิค เธอยังคงแต่งตัวตามปกติ ถึงแม้ช่วงอกจะดูเหมือนไม่เรียบร้อย เสื้อด้านในมันลอยขึ้นมา แต่ผมว่าสิคลืมส่องกระจกมากกว่า

“เข้าห้องน้ำเสร็จแล้วเหรอ ต้อม”
“อืม ทำไมเหรอ”
“สิคไม่ได้ยินเสียงกดน้ำน่ะสิ” หน้าตาสิคยังดูตกใจไม่หาย
“เอ้อ เราลืมกดน้ำ แหะๆ โทษที”

ถ้าสิคไม่พูดผมคงลืมกดอย่างแน่นอน แล้วเราทั้งสามก็ลงมาที่ชายหาด สิคลงไปเล่นน้ำกับเด็กๆ ส่วนผมยืนกับเพชร และพ่อของเพชร

“ทำไมแฟนลื้อถึงแต่งตัวลุ่มล่ามจัง”
“เขาใส่เสื้อคลุมชุดว่ายน้ำไว้น่ะป๊า เขาใส่ทูพีชสีดำไว้ข้างในไง เดี๋ยวโป๊แล้วดูไม่ดี”
“เอ้อๆ เป็นคนมารยาทดี ยังงี้สิป๊าชอบ”

เพชรนี่มันก็มั่วไปเรื่อย มันไม่มีทางรู้หรอกว่าสิคใส่อะไรอยู่ข้างใน ไม่นานสิคก็โบกมือเรียกให้ลงไปเล่นน้ำด้วย ผมก็ลืมตัวนึกว่าเรียกผม แต่ที่แท้ก็เรียกเพชร แฟนตัวปลอมของเธอนั่นเอง ผมมองนาฬิกาในข้อมือแล้วพลางถอนหายใจ เมื่อไหร่วันบ้าๆนี่จะจบลงซักที