แฟนเป็นคนดี ถ่ายคลิิปโป๊แล้วยังไม่รู้อีก วัวจริงๆ อิอิ

ถ้าจะให้พูดถึงตัวเอง คงต้องเริ่มตั้งแต่ชื่อ “มิวสิค” คือชื่อของหนู ส่วนใหญ่คนจะเรียกว่าสิค ตอนนี้เรียนอยู่มหาลัยชั้นปีที่ 1 ชีวิตของหนูก็เหมือนกับคนอื่นๆทั่วไป ไม่ได้มีอะไรพิเศษเพียงแค่เป็นคนเก็บกดมากกว่าคนอื่นก็เท่านั้นเอง หนูเกิดมาในครอบครัวที่หัวโบราณ เกิดมาก็ถูกจ้ำจี้จ้ำไชให้ต้องเป็นแบบนู้น ต้องเป็นแบบนี้ ต้องยิ้มให้กับทุกคน ต้องขยัน ต้องกตัญญู หนูเข้าใจนะว่ามันเป็นเรื่องที่ดี ถึงได้ทำตาม แต่บางครั้งจิตใจมันก็อยากโบยบินออกนอกกรอบที่ถูกกำหนดบ้าง

หนูเป็นเด็กตัวผอมไม่สูง ตอนนี้ไว้ผมยาวเลยบ่า ส่วนสัดส่วนก็คงไม่ได้เซ็กซี่เหมือนกับพวกนางแบบ แต่มันก็มีมาบ้างพอสมควร ถ้าถามว่าเอกลักษณ์ในตัวของหนูคืออะไร ก็คงจะเป็นรอยยิ้มล่ะมั่ง หนูมีเขี้ยวอยู่สองอัน บางคนก็บอกว่าน่ารัก หนูก็ดีใจนะ ส่วนสเป็คผู้ชายที่สิคชอบ ถ้าให้พูดตามตรง หนูเป็นคนชอบผู้ชายที่รูปร่างมากกว่าหน้าตาค่ะ หล่อไม่หล่อไม่ว่าแต่ถ้าหุ่นดีมีกล้ามเนื้อถือว่าผ่าน แต่โลกนี้มันช่างตลกเสียเหลือเกินเมื่อหนูกลับมีแฟนที่ตรงข้ามกับสเป็คตัวเอง

“ต้อม” คือชื่อแฟนของหนู เขาเป็นผู้ชายตัวเล็กสูงเกือบเท่าสิคเลยแหล่ะ ต้อมเข้ามาดูแลในฐานะเพื่อน จนผู้ชายหลายๆคนคิดว่าหนูมีแฟนตั้งแต่ยังไม่คบกัน ด้วยความเข้าใจและระยะเวลา มันทำให้หนูยอมรับในตัวของต้อม ทำให้มองข้ามรูปร่างภายนอกมองไปถึงนิสัย จิตใจภายใน ต้อมเป็นคนดี ไม่ดูคลิปโป๊ ออกจะซื่อปนบื้อนิดๆ แต่มันก็ทำให้หนูสบายใจนะเวลาที่อยู่ข้างเขา ต้อมมอบความสุขเกือบทุกด้านให้กับหนู ยกเว้นเรื่องอย่างว่า

ถ้าให้ผู้หญิงมานั่งพูดเรื่องอย่างว่าคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ แต่จะเขียนทั้งทีก็เลยต้องเขียนให้หมด ต้อมกับหนูต่างไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง แต่ต้อมไม่คิดจะพัฒนาลีลารักของตัวเองเลยแม้แต่น้อย หลายครั้งที่เขาปล่อยให้หนูนอนค้างเต่อ ไฟราคะในอกมันค่อยๆลุกไหม้ความถูกต้อง เหมือนกับเศษขี้เถ้าของธูป ถึงจะไม่รุนแรงและรวดเร็ว แต่ถ้าปล่อยมันไว้ สักวันมันก็จะเผาไหม้หัวใจของสิคจนหมด

จนกระทั่งได้มาเจอกับ “น้าไกร” น้าของต้อม ตอนแรกหนูก็ไม่รู้จักเขาหรอก แต่ต้อมมาเล่าว่า น้าชายของเขาเป็นทหารต้องเข้ามาในกรุงเทพเพื่อทำธุระหนึ่งสัปดาห์ ด้วยความที่น้าแกอยากประหยัดและไม่ค่อยมีเพื่อนในกรุงเทพเท่าไหร่ แกเลยโทรมาหาต้อมเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ต้อมไม่สะดวก ไม่รู้ว่าเพราะผีหรือคำว่าทหารมันดลใจ ทำให้หนูเผลอพูดออกไปว่า

“มาพักที่นี้ก็ได้”

ไม่นานวันนัดหมายก็มาถึง พูดตามตรงหนูแอบตื่นเต้นปนกับความกลัว หนูกลัวจะทำให้น้าไกรลำบากและคนในครอบครัวของต้อมคงจะแอบว่าหนูไม่น้อย ที่คิดอะไรแผงๆแต่ผลลัพท์ออกมากลับไม่ดี วันนี้หนูเลยแต่งตัวบ้านๆ พยายามทำตัวเหมือนเจอญาติผู้ใหญ่คนนึง หนูใส่เสื้อยืดสีขาวบางตัวประจำที่ใส่เกือบทุกวัน ใส่เสื้อซับในไว้ไม่ให้โป๊ ส่วนกางเกงก็ใส่ขาสั้นเหมือนกับทุกๆวันที่อยู่ในห้อง

หนูนั่งรออย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น เลยออกไปเปิดประตู ภาพแรกที่เห็นคือ ชายคนหนึ่งรูปร่างใหญ่โตสูงราวๆ 180 ซม. ผิวคล้ำราวกับชายชาตรี ร่างกายกำยำเหมือนกับคนที่ออกกำลังกายทุกวัน หน้าตาดูมีสเน่ห์แบบผู้ใหญ่ มีความดุดันน่าเกรงขาม มันแปลกที่หัวใจของหนูเต้นแรงผิดปกติ มันไม่น่าจะใช่ความกลัว หนูก็ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน แถมน้าไกรก็จ้องกลับมาซะอย่างกะเครื่องแสกน น้ามองตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่ตั้งหลายรอบเหมือนจ้องคลิปโป๊ แอบรู้สึกว่าเขามองหน้าอกกับขาหนูอยู่เหมือนกัน

“ส..สวัสดีค่ะคุณน้า”

เมื่อตั้งสติได้ก็รีบยกมือไหว้ หนูไม่รู้จะทำตัวยังไงเมื่อเจอผู้ใหญ่มองแบบนี้ รู้แต่ว่าตอนนี้หน้าหนูแดงไปหมดแล้ว แถมหนูยังทำตัวเป็นเด็กๆ ใช้มือปัดปลายผมที่บังหน้าเหมือนกับเจอคนที่ถูกใจ นึกแล้วอายไม่หาย น้าไกรไหว้กลับมา หนูเผลอจ้องตากับน้าไกรอยู่ดักใหญ่ จนต้อมเชิญเข้ามาดูในห้อง

“งั้นเดี๋ยวน้านอนบนพื้นละกันนะครับ ส่วนผมกับสิคนอนบนเตียง” หลังจากพาน้าไกรเดินดูรอบห้องต้อมก็พูดขึ้นมา
“ม…ไม่ดีมั้งต้อม” หนูว่ามันเป็นความคิดที่ไม่ดีเลย ที่จะให้ผู้ใหญ่นอนพื้น
“อ้าว ทำไมล่ะ”
“น้าไกร เขาเป็นผู้ใหญ่ จะให้นอนพื้นได้ยังไง ปวดหลังหมด นอนบนเตียงสิคนี่ละ”
“โอเค งั้นผมนอนพื้นเองก็ได้ ถ้าเอาหมอนข้างกันคงไม่เป็นไรใช่ไหมสิค”
“อื้ม”

หนูพยักหน้ารับแต่ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองต้องมานอนร่วมเตียงกับชายอื่นที่ไม่ใช่แฟน ดูรูปร่างกำยำนั่นสิ ถ้าเกิดน้าไกรเกิดคิดทะลึ่งใช้กำลังขึ้นมา หนูจะขัดขืนได้ยังไง ภาพในหัวสิคฉายฉากไม่พึงประสงค์ออกมาเพียบ มันแอบทำให้สิครู้สึกแปลกๆตรงหว่างขา

“ว่าแต่น้าเดินทางมาตั้งไกล กินไรมายัง”
“ยังเลยว่ะต้อม มีอะไรกินมั่งวะ” ต้อมเดินไปเปิดตู้เย็นหาของกิน แต่มันไม่มีอะไรหรอกเพราะสิคลืมซื้อเอาไว้น่ะสิ
“บ๋อแบ๋ งั้นเดี๋ยวผมลงไปซื้อข้าวกล่องมากินกันละกัน”
“โอเค ฝากด้วยนะ”
“ครับผม สิคไปด้วยกันมั้ย”
“เอ่อ..ไม่เป็นไร วันนี้สิคเหนื่อยๆอะ เดี๋ยวสิคอยู่นี่ดูแลน้าไกรละกันนะ”

หนูเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงตัดสินใจไปแบบนั้น หรือสายตาที่น้าไกรแอบมองมามันทำให้หนูคิดถึงเรื่องแปลกๆกันนะ ไม่นานต้อมก็ออกจากห้องไป ตอนนี้ในห้องเงียบสนิท น้าไกรเดินมานั่งข้างๆหนูตรงขอบเตียงแต่ก็ยังไม่พูดอะไร สิคเหลือบมอง เห็นแต่วงแขนที่กว้างกว่าขาของหนูซะอีก บอกตามตรงว่าหนูแอบเผลอกลืนน้ำลายไปหลายรอบ มันผิดเหรอคะที่ชอบคนรูปร่างดี มันผิดเหรอคะที่อยากจะลองสัมผัส มันผิดแน่อยู่แล้วละ ยกเว้นแต่ว่า…ไม่มีใครรู้

“น้าไกรเหนื่อยไหม ให้สิคช่วยนวดให้มั้ยคะ” ตายๆ ตอนนั้นหนูพูดออกไปได้ยังไงก็ไม่รู้ น้าไกรหันมามองแล้วยิ้ม
“นี่หนูสิคนวดเป็นด้วยเหรอจ้ะ”
“อ..อื้อ.ค่ะ เป็นนิดหน่อย”
“ถ้าไม่รังเกียจก็รบกวนทีนะ”

น้าไกรถอดเสื้อคลุมออกเหลือแต่เสื้อกล้ามสีขาว มันยิ่งทำให้เห็นว่าน้าไกรแขนใหญ่แค่ไหน หนูต้องรวบรวมสมาธิเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะปีนขึ้นมาบนเตียงแล้วอ้อมไปทางด้านหลังของน้าไกร แผ่นหลังของน้ากว้างใหญ่มาก มือของหนูที่บีบนวดลงไปแทบกดกล้ามเนื้อของแกไม่ลงเลย สิคพยายามบีบแล้วแต่ก็ไม่ไหวจริงๆ

“นวดดีใช้ได้นะ”
“นึกว่าน้าไกรจะไม่ชอบซะอีก ดูสิ หนูบีบเท่าไหร่ก็คงไม่โดนเส้น” ทำไมตัวเองต้องใช้เสียงสองด้วยก็ไม่เข้าใจ จะทำตัวแอ๊บใสทำไมฮะ ยัยมิวสิค
“มือนุ่มๆแบบนี้ มันก็นวดดีไปอีกแบบนะ” น้าไกรแอบเอื้อมมือมาจับมือของสิคไว้ มือของน้าเขาใหญ่และอุ่นมาก
“ข..ขอบคุณค่ะ” หนูก็ยังคงนวดหลังน้าไกรต่อ
“เอางี้ มานั่ง เดี๋ยวน้าสอนให้”
“เอ๋..น้านวดเป็นด้วยเหรอคะ” ไม่น่าเชื่อว่าทหารบึกบึนอย่างน้าไกรจะนวดใครเป็น
“โอ้ย ประจำ สาวๆเรียกน้าไปนวดเป็นประจำ”

น้าไกรไม่รอฟังคำตอบ ลุกขึ้นแล้วบอกให้สิคมานั่งตรงขอบเตียง แล้วแกก็ขึ้นมาบนเตียงแทน จากมุมที่สิคนั่งมันตรงกับกระจกโต๊ะแต่งหน้าพอดี เมื่อเทียบกับตัวของน้าไกรแล้ว สิคตัวเล็กกลายเป็นมดไปเลย จู่ๆน้าไกรก็พูดอะไรบางอย่างออกมา

“ถอดเสื้อสิ”
“อะไรนะคะ” หนูหันกลับไปมองอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
“น้าบอกให้ถอดเสื้อสิ คนเขาจะนวดกัน ก็ต้องนวดโดนเนื้อ ไม่ใช่นวดโดนผ้า อีกอย่างเราใส่ซับในไม่ใช่เหรอน้าเห็นนะ”

หนูแอบเขินนะที่น้าเขาแอบมองแบบนี้ ส่วนเรื่องถอดเสื้อ น้าไกรเป็นถึงญาติ และก็ถอดเพื่อนวดด้วย อีกอย่างต้อมก็ไม่อยู่ ไม่น่าจะเป็นอะไรหรอกมั่ง มันเหมือนกับได้ยินเสียงยุยงจากนกที่อยู่ในใจให้ทลายกรงทองนี้ออกมา

“ค…ค่ะ”

หนูตอบตกลงแบบเสียงสั่นๆ ก่อนจะจับปลายเสื้อแล้วถอดออกทางศีรษะ บอกตามตรงว่าตื่นเต้นมาก นอกจากต้อมหนูก็ไม่เคยถอดเสื้อผ้าให้ใครดูมาก่อน ถึงแม้จะมีเสื้อซับอยู่ข้างใน ใจหนูเต้นแรงอย่างกับแผ่นดินไหว และมันยิ่งแรงขึ้นเมื่อน้าไกรเอื่อมมือมาบีบต้นแขนของหนู ขนมันลุกไปทั้งตัว

“อึ๊…”
“เป็นอะไร เจ็บเหรอ”
“เปล่าค่ะ..ต.ตกใจเฉยๆ”
“โธ่ น่าเอ็นดู ไม่ต้องกลัวน้านะ เดี๋ยวน้านวดให้สบายตัว”

หนูพยักหน้าก่อนจะปล่อยให้น้าไกรนวดต่อ มือของแกหนักจริงๆ บีบทีรู้สึกปวดไปหมด น้าไกรไล่บีบตั้งแต่แขน ไล่ขึ้นมาที่ไหล่ ก่อนจะไหลลงไปที่หลัง ไล่ต่ำลงมาถึงเอว นวดอยู่สักพักมือของน้าไกรก็ไล่ขึ้นมาช้าๆจนนิ้วมือแกแตะโดนใต้ราวนมของสิค

“อ..อย่าค่ะน้า..”
“ทำไมล่ะฮึ…ให้น้านวดให้นะ”
“มัน…ไม่น่าจะดี” หนูพยายามรวบรวมเสียงพูดออกมาแต่มันแหบพล่ามาก
“ไม่ดีตรงไหนล่ะ น้านวดให้หลาน เดี๋ยวสิคก็สบายเชื่อน้านะ”
“เด..เดี๋ยวต้อมรู้”
“น้าไม่บอก…สิคไม่บอก ไม่มีใครรู้หรอกเนอะ หน่านะ ให้น้าช่วยนะ เชื่อฝีมือน้าสิ อายุปูนนี้แล้ว ไม่ทำให้สิคผิดหวังหรอก”

เสียงของน้าไกรที่พูดข้างหูมันทำให้หนูสยิว หนูจำไม่ได้ว่าหนูตอบตกลงไปตั้งแต่ตอนไหน แต่ตอนนี้มือของน้าไกรเลื่อนขึ้นมาบีบคลึงหน้าอกขนาดพอดีมือของหนูอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น น้ำหนักมือของน้าไกรแรงกว่าของต้อมเป็นหลายเท่า หนูชักจะกลัวว่าหน้าอกจะเหลวคามือแกซะแล้ว

“อึ๊…อึ๊” หนูหลับตากัดริมฝีปากไม่ให้เสียงแปลกๆหลุดออกมา
“ไม่ต้องเกร็งปลดปล่อยออกมา แล้วจะสบาย” น้าไกรพูดจบก็บีบเค้นหน้าอกหนูหนักขึ้น
“อ๊าา…อื้มมม ซี้ดดด น้าจ๋าาา”
“รู้สึกสบายใช่ไหมล่ะ ลองลืมตาดูตัวเองในกระจกสิ สิคสวยมากเลยนะ”

หนูค่อยๆลืมตามาดูตามที่น้าไกรบอก ภาพที่เห็นคือเด็กสาวผิวขาวอมชมพูคนหนึ่งกำลังถูกชายร่างกำยำผิวดำแดงบีบเค้นหน้าอกอย่างสนุกมือ น้าไกรเอาจมูกมาชอนไชอยู่ข้างกกหูและซอกคอ มันยิ่งทำให้หนูมีอารมณ์มากขึ้น นี่เหรอความรู้สึกที่หนูฝันถึง มันช่างรุนแรงและเร้าอารมณ์กว่าที่หนูคิดเยอะ

“อุ้บ!!”

น้าไกรเชยคางหนูให้หันไปมองแล้วแกก็เข้ามาประกบปากทันที หนูตกใจจะถอยหนีแต่ถูกน้าไกรรวบกอดเอาไว้ หนูไม่เคยถูกจูบแบบรุนแรงขนาดนี้มาก่อน ลิ้นแกชอนไชเข้ามาอย่างรวดเร็ว ปากก็ทั้งงับทั้งดูดปากของหนูไม่หยุด ปกติเจอแต่จูบที่นุ่มนวลและตรงไปตรงมาของต้อม เจอลีลาแบบนี้เข้าไป อารมณ์ของหนูก็เตลิด หนูทนไม่ไหวจึงจูบตอบกลับแบบรุนแรง

ลิ้นของเราพันนัวกันไปมา ในตอนนั้นภาพของต้อมในหัวมันเลือนลางเสียจนแทบจำไม่ได้ ตอนนี้มีแต่น้าไกรที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น น้าไกรเอื้อมมือลงไปด้านล่างจับขอบเสื้อกล้ามแล้วถอดเสื้อกล้ามออก

บอกตามตรงว่าหนูแอบตะลึง ถึงแม้ซิคแพคของน้าไกรจะไม่ชัดเจนเหมือนพวกนักกีฬา แต่ก็กำยำ หน้าอกกว้างและใหญ่ หัวนมสีดำสนิท สิคถึงกับไปต่อไม่ถูก เป็นหุ่นที่สิคใฝ่ฝันอยากจะลองสัมผัสมานานแล้ว

“มองแบบนี้ ชอบล่ะสิ ไม่ต้องมาเขินหน้าแดงเลย”
“….”เจอน้าไกรแซวแบบนี้สิคก็ไม่รู้จะตอบว่าอะไร
“ลองแตะตัวน้าดูไหมละ แต่มีข้อแม้นะ”
“อะไร..เหรอคะ”
“สิคก็ต้องถอดให้น้าสัมผัสบ้างสิ”

อย่าหาว่าหื่นเลยนะคะ แต่ตอนนั้นในหัวมันมีแต่อารมณ์อย่างงั้นอยู่แล้ว หนูตัดสินใจถอดเสื้อซับในออก น้าไกรเห็นชุดชั้นในของสิคอยู่ก็ตาลุกวาว มันเป็นชุดชั้นในแบบไม่มีลายอะไรสีดำ ตอนนี้ตัวหนูสั่นไปหมดแล้ว แอบคิดในใจว่า นี่เรากำลังจะแก้ผ้าให้คนอื่นดูจริงๆใช่ไหมเนี่ย

แต่สติหรือจะสู้อารมณ์ หนูไม่ลังเลที่จะปลดตะขอบราด้านหลัง แต่ในตอนนั้นเองก็กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น หนูกับน้าไกรหันไปมองประตูพร้อมกัน ต้องเป็นต้อมแน่ๆ สิครีบเอาเสื้อยืดมาใส่ทั้งที่ไม่ได้ใส่ซับใน แม้แต่ตะขอบรายังไม่ได้ใส่เลย น้าไกรเองก็รีบใส่เสื้อกล้าม เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกสองสามครั้ง หนูเลยรีบวิ่งไปเปิด

“ค…ค่า มาแล้วๆ”

หนูเปิดประตูออกมาทำหน้ายิ้มแย้มให้เหมือนปกติที่สุด แต่ตัวยังไม่หยุดสั่น ตอนนี้หายใจแรงกว่าเดิมอีก เพราะหนูกลัวว่าต้อมจะจับได้ ต้อมมองหนูเหมือนจับผิด ตอนแรกนึกว่าเขาจะรู้ซะแล้ว แต่ต้อมกลับไม่พูดอะไร เดินเข้าไปหาน้าไกรที่นั่งรออยู่ หนูใช้จังหวะนี้คว้าเสื้อซับในแล้วพูดว่า

“เดี๋ยวสิคเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

หนูรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที เมื่อเข้ามาหนูก็มานั่งทบทวนเรื่องราวทั้งหมด ถามว่ารู้สึกผิดไหม ตอบเลยว่ามาก แต่ความต้องการเองก็มากเช่นกัน ถ้าเกิดต้อมมาช้ากว่านี้ซักครึ่งชั่วโมง หนูคงเสร็จสมอารมณ์หมายไปแล้ว

ถ้าพูดแบบนี้ ใครหลายๆคนคงหาว่าหนูร่าน บางครั้งก็แอบสงสัยทีผู้ชายแอบไปมีกิ๊กมีเมียน้อย บอกตัวเองดูเท่ แต่ทำไมผู้หญิงทีบ้างกลับหาว่าร่าน ทั้งที่พวกเราก็เป็นคนเหมือนกัน มีอารมณ์เหมือนๆกัน ใครจะว่ายังไงก็ช่างเถอะ หนูหวังได้แค่ว่าอย่าให้น้าไกรนึกคึกมาปลุกปล้ำหนูตอนกลางคืนเลย เพราะตอนนี้ขี้เถ้าธูปมันมากมายพร้อมที่จะเผาผลาญตัวของหนูแล้ว